ประวัติ เมสัน เมาท์ กองกลางความหวังใหม่ แห่งสโมสร เชลซี

นักฟุตบอล 0 Comments , , , ,

เมสัน เมาท์ หรือ เมสัน โทนี่ เมานท์ เกิดเมื่อวันที่ 10 มกราคม 1999 ในเมืองพอร์ทสมัธ ประเทศ England  เขาเติบโตมาจากครอบครัวในที่มีความคลั่งไคล้ แต่คุณแม่ของเขากลับต้องการที่จะให้ลูกชายตั้งใจเรียนดีกว่าที่จะทุ่มเทให้กับฟุตบอล ตรงกันข้ามข้ามกับคุณพ่อของเขากลับไม่คิดแบบนั้น เพราะต้องการที่จะให้ เมสัน เมาท์ เข้ามาสานฝันในวงการฟุตบอล    ufa1688 

เจ้าหนูเมาท์เป็นเด็กที่มีความร่าเริงอยู่ตลอด เขาเป็นเด็กหนุ่มที่บริหารจัดสรรเวลาในเวลาเรียนและซ้อมฟุตบอลได้เป็นอย่างดี ซึ่งแม้เขาจะเล่นฟุตบอลแต่ก็ไม่เคยที่จะทำให้เสียการเรียนแม้แต่อย่างใด

จนกระทั่งเวลาผ่านไป เมสัน เมาท์  เริ่มมีความคิดที่จะเรียนรู้ทักษะทางด้านฟุตบอลอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น โดยเขาชอบจะเบรกการทำกิจกรรมทุกอย่างเพื่อเปิดให้ในการเล่นฟุตบอล เขาใช้เวลาไม่นานก็ได้เข้ามาอยู่ในอคาเดมี่ในสโมสรเชลซี ในวัยเพียง 6 ขวบเท่านั้น

อคาเดมี่เชลซี
mount-fa-youth
เมาท์ สามารถพากทีมอคาเดมี่เชลซีคว้าแชมป์ และประสบความสำเร็จอย่างมากมาย

ในระหว่างที่เจ้าหนูลงเล่นให้กับทีมท้อถิ่น อย่าง บอร์ฮันต์ เอฟซี ในรุ่นอายุไม่เกิน 6 ปี โดยทักษะและฝีเท้าของตัวเขาก็เริ่มฉายฟอร์มสุดยอด จนแววเด่นของเขาได้ไปสะดุดตากับสาองสโมสรยอดทีมอย่างพอร์ทสมัธและเชลซี จนกระทั่งแมวมองของทัพสิงห์สำอางส์กลับกลายเป็นผู้ที่ค้นพบพรสวรรค์ในตัวของเจ้าหนูคนนี้

แต่ฟันธงว่าการย้ายมาร่วมทีมเชลซีในครั้งนี้ย่อมทำเด็กหนุ่มคนนี้มีความกดดัน แต่เจ้าหนูเมาท์ก็ยังมีความมั่นใจว่าตัวเองจะสามารถพัฒนาฝีเท้าของตัวเองทันเพื่อนๆ ในทีมได้ เพราะมีความฝันที่จะก้าวขึ้นไปเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของสโมสรเชลซี โดยหากในบางวัน เวลาซ้อมของทีมอคาเดมี่และทีมชุดใหญ่ตรงกัน เขาชอบจะเข้าไปทักทายกัปตันของสโมสร อย่าง จอห์น เทอร์รี่ อยู่เสมอ

ไม่เพียงเท่านั้น เมสัน เมาท์ ยังได้รับแรงบันดาลใจในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพมาจากรุ่นพี่ในทีมอย่าง ดาวิด หลุยส์ กองหลังชาวบราซิล

จนกระทั่งในฤดูกาล 2014-2015 เขาได้ลงเล่นให้กับทีมชุด U18 ไปทั้งหมด 7 เกมพร้อมกัน แม้ว่าจะได้รับเดี้ยงในวันแรกของช่วงพรีซีซั่น แต่เขาก็ยังสามารถกลับมาเล่นและมีฤดูกาลที่น่าประทับใจได้ โดยเขาสามารถทำประตูได้ในเกมที่เอาชนะ แมนฯยูไนเต็ด 5-1 การแข่งขัน เอฟเอ ยูธ คัพ และยังมีบทบาทสำคัญในนัดชิงชนะเลิศ.นัดตัดสินแชมป์ในการแข่งขันรายการ  UEFA  ยูธ ลีก โดยสามารถช่วยทำ 2 ประตูให้ทีมเอาชนะ อันเดอร์เลชต์ 3-0

หลังต่อไปที่เขาพัฒนาฝีเท้าได้แบบก้าวกระโดดจนกลายมาเป็นตัวหลักในทีมชุด U18 ปี ได้สำเร็จ เมสัน เมาท์ ก็ได้รับการเซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรก ในปี 2017 เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 5 ปีพร้อมกัน ก่อนที่ Season ถัดมาจะถูกปล่อยตัวไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับสโมสร วิเทสส์ อาร์เน่ม

เก็บเกี่ยวประสบการณ์ สโมสร วิเทสส์ อาร์เน่ม
mount-vitesse

หลังจากที่ เมาท์ ได้รับสัญญาอาชีพกับทางทีมเป็นระยะเวลา 5 ปีแล้ว  Season  2017-2018 เขาได้ย้ายไปอยู่กับทางสโมสร วิเทสส์ อาร์เน่ม ในสัญญายืมตัว

โดยนับเป็นการไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ล้ำค่าสำหรับตัวเขาเป็นอย่างมาก เพราะเขาสามารถช่วยให้ วิเทสส์ เข้าไปเล่นในรายการ ยูโรป้า ลีก ได้สำเร็จ และเขายังได้ลงเล่นเป็นห้องเครื่องแดนกลางในตำแหน่งหมายเลข 10 ได้อย่างสุดยอด โดยสามารถยิงไปได้ทั้งหมด 14 ประตู นอกจากนี้ เมาท์ ยังสามารถสร้างสรรค์เกมได้อย่างโดดเด่น ทำให้เขาได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีประจำสโมสร วิเทสส์ อาร์เน่ม ก่อนจะกลับมาเพื่อหาพื้นที่ตัวจริงในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์

ถูกปลุกปั้นโดยตำนาน ที่ ดาร์บี้ เคาน์ตี้
mount-derby
เมสัน เมานท์ ได้รับการปลุกปั้นจากมิดฟิลด์ระดับตำนานอย่างแลมพาร์ด

ในเดือนกรกฎาคม 2018 เขาได้รับข้อเสนอขอยืมตัวจากสโมสร ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ที่มีนายเป็นห้องเครื่องแดนกลางรุ่นพี่ระดับตำนานอย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด เป็นกุนซือ

โดย แลมพาร์ด นั้นได้เห็นแววของดาวรุ่นคนนี้มาตั้งแต่สมัยที่ตัวเขายังค้าแข้งอยู่กับทัพเชลซีส์ จึงต้องการที่จะให้โอกาสกับ เมาท์ ในการพัฒนาฝีเท้า และต้องการที่จะปั้นให้ดาวเตะรายนี้ก้าวขึ้นไปเป็นนักฟุตบอลระดับตำนานของทีมชาติ England  เมาส์ ได้เข้ามาเป็นตัวหลักในสโมสร ดาร์บี้ เคาน์ตี้ และกลายเป็นที่รักของกองเชียร์ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้เขายังเป็นคีย์แมนคนสำคัญในการทำทีมของ แลมพาร์ด และช่วยให้ทีมสามารถร่วมลุ้นเลื่อนชั้นมาเล่นใน Premier League อีกด้วย

รหว่างที่ เมสัน เมาท์ กำลังโลดแล่นอยู่ใน แชมเปี้ยนส์ ชิพ เขาได้รับการถ่ายทอดวิชาจาก แลมพาร์ด โดยตรง โดยถูกฝึกฝนและชี้แนะ ซึ่ง Season ดังกล่าว เขาได้มองเห็นโอกาสในการกลับมายึดตำแหน่งตัวจริงในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้

ตัวหลักทัพเชลซีส์
mount-chelsea
เมสัน เมาท์ ได้รับการไว้วางใจ จนถูกดึงตัวกลับมาเล่นให้กับทีมอย่าง เชลซี

 Season  2019-2020 เขาได้มองเห็นโอกาสในการกลับมายึดตำแหน่งตัวจริงในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้ จากการที่แฟรงค์ แลมพาร์ด ได้ตัดสินใจย้ายเข้ามาคุมทีมในสโมสร เชลซี

จากการที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนอดีตนักเตะของสโมสรได้เคยร่วมงานกับเจ้าหนูมากพรสวรรค์คนนี้มาแล้ว ทำให้เขาไม่ลังเลที่จะดึงตัวดาวรุ่นรายขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมและคอยบัญชาเกมอยู่กลางสนาม ทำให้ เมาท์ กลายเป็นดาวเตะคนสำคัญของทีมที่ทางสโมสรไม่สามารถขาดได้ในเวลานี้ แม้ว่าว่าในช่วงเริ่มฤดูกาลสิงห์สำอางจะยังไม่สามารถเก็บชัยชนะได้ แต่พอเหล่านักเตะดาวรุ่งที่ถูกดึงตัวกลับมาจากการปล่อยยืมสามารถปรับจูนและเล่นเข้าขากันได้ ทำให้ขณะนี้ สโมสรเชลซีกลับกลายเป็นทีมที่น่ากลัวดั่งสิงห์ที่กระหายชัยชนะ

และด้วยเทคนิควิธีการเล่นที่มักจะสร้างสรรค์เกมรุก ทำให้เหล่าสื่อและสาวกต่างพากันเรียกเขาว่า “นิว แฟรค์ แลมพาร์ด” แต่แม้ว่าว่าเขาจะยังไม่ได้พิสูจน์อะไรกับทางสโมสร เชลซี หลากหลายนัก แต่เราก็ได้เห็นความอันตรายและเลือดสิงห์อันเร้าร้อนของตัวเขามาแล้ว ซึ่งมั่นใจว่าเขาจะกลายมาเป็นดาวเตะระดับตำนานของทีมได้อย่างแน่นอน

ทีมชาติ England 

เมาท์ ถูกตัวติดทีมชาติเพื่อไปสู้ศึก ยูโร

หลังจากที่เขาได้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักกับทางสโมสรเชลซี และได้มีโอกาสได้เข้าไปเล่นในศึก  UEFA  แชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้ แกเร็ธ เซาท์เกต ไม่รอช้าที่เรียก เมสัน เมาท์ เข้ามาติดทีมชาติชุดใหญ่ในทันที พร้อมกับได้กล่าวถึงนักเตะคนนี้ว่า “ผมคิดว่าเมสัน เมาท์เป็นหนึ่งในนักเตะที่โดดเด่นมากในฤดูกาลนี้ เราพาเขาเข้ามาอยู่ในทีมตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา และครั้งนี้ก็เช่นกัน”

“เขาดูจะอันตรายทุกครั้งที่อยู่หน้าประตูในทุกๆ เกมที่เขาเล่น ผมได้เห็นเขาพัฒนาขึ้นมากับทีมเยาวชนตั้งแต่อายุ 16 และเขาเล่นได้อย่างโดดเด่นในทุกช่วงอายุ เขาผ่านช่วงเวลาประสบความสำเร็จของ ดาร์บี้ และเล่นให้ทีม U19 ของเราด้วย ดังนั้นเขาพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ และผ่านมาได้ในทุกระดับที่เขาลงเล่น และฤดูกาลนี้เองก็เช่นกัน”

เกียรติประวัติ

สโมสร เชลซี
FA Youth Cup: 2015–2016, 2016–2017

UEFA Youth League: 2015–2016

ทีมชาติเมืองผู้ดี

UEFA European Under-19 Championship: 2017

รางวัลส่วนตัว
UEFA European Under-19 Championship Team of the Tournament: 2017

UEFA European Under-19 Championship Golden Player: 2017

Eredivisie Talent of the Month: January 2018

Vitesse Player of the Year: 2017–2018

Eredivisie Team of the Year: 2017–2018

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *