ชื่อเต็ม : คาร์ลอส เอดูอาร์โด้ เด โอลิเวียร่า อัลเวส

วันเกิด : 17 ตุลาคม 1989 (อายุ 25)

สถานที่เกิด : ริเบย์โร่ เปรโต้, ประเทศบราซิล

สัญชาติ : บราซิล

ส่วนสูง : 184 เซนติเมตร

ตำแหน่ง : กองกลาง

สโมสรปัจจุบัน : ปอร์โต้ (ยืมตัวที่ นีซ)

 
ประวัติการค้าแข้ง
     เขาเริ่มอาชีพการค้าแข้งในวัยเด็กถึง 3 ทีม โดยเริ่มจาก เดส์ปอร์ติโว บราซิล ซึ่งเขาถูกยืมตัวอยู่ตลอดสัญญาตรงนั้นอย่างที่ ฟลูมิเนนเซ่ ในซี่รี่ย์ เอ บราซิล และ เกรมิโอ รวมกันแล้ว 24 นัด ในการลงสนามให้ทั้งสองทีม

     คาร์ลอส เอดูอาร์โด้ ย้ายไปเล่นที่โปรตุเกส เมื่อมกราคม 2011 โดยถูกยืมตัวไปที่ เอสโตริล ในดิวิชั่นสอง เขาได้ลงสนาม 23 นัด ทำไป 1 ประตู ในซีซั่นแรกพร้อมพาทีมขึ้นชั้นได้สำเร็จ หลังตกอยู่ในดิวิชั่นสองอยู่ถึง 7 ปี

     เอดูอาร์โด้ ได้เปิดฉากเกมลีกสูงสุดโปรตุเกส เมื่อ 17 สิงหาคม 2012 โดยลงมาในนาที 60 ในเกมที่บุกไปพ่าย โอลฮาเนนเซ่ อย่างไรก็ดี เขามาเหมาสองประตูในเกมที่ถล่ม นาซิอองนาล 4-0 ในบ้าน

     ในปี 2013 เขาได้ย้ายไปร่วมทีมดังอย่าง เอฟซี ปอร์โต้ โดยได้วนเวียนระหว่างทีมสำรองและทีมชุดใหญ่ในปีแรก ต่อมาถูกปล่อยให้ยืมตัวไปเล่นที่ นีซ ทีมระดับกลางของ ลีก เอิง ฝรั่งเศส

     วันที่ 26 ตุลาคม 2014 คาร์ลอส เอดูอาร์โด้ สร้างความฮือฮาด้วยการซัดคนเดียว 5 ลูก ในเกมที่บุกไปเผาเครื่อง แก็งก็อง ถึงบ้าน แถมยังเป็นการยิงแฮ็ททริคของแท้นำ 3-0 ได้ตั้งแต่ครึ่งแรกอีกด้วย

     ทั้งนี้ที่สนาม ไวท์ ฮาร์ท เลน เคยประสบเรื่องราวแบบงี้มาแล้ว โดยเกิดขึ้นกับ ฟาบริซ มูอัมบ้า อดีตกองกลาง โบลตัน วันเดอร์เรอร์ส ที่หัวใจเกิดหยุดเต้นในเกม เอฟเอ คัพ เมื่อปี 2012 แต่ก็รอดชีวิตมาได้อย่างน่าปาฎิหารย์

ชื่อเต็ม : บาเฟติมบี้ โกมิส
วันเกิด : 6 สิงหาคม 1985
เกิดที่ : ลา แซน ซูร์ แมร์, ฝรั่งเศส
สัญชาติ : ฝรั่งเศส
ส่วนสูง : 184 เซนติเมตร
ตำแหน่ง : กองหน้า

ประวัติส่วนตัว

          บาเฟติมบี้ โกมิส (เกิด 6 สิงหาคม 1985) หัวหอกผิวสีชาวฝรั่งเศสของทีม สวอนซี ซิตี้ คนที่มีประสบการณ์ใน ลีก เอิง มากกว่า 10 ปี นอกจากนี้ยังติดทีมชาติ ฝรั่งเศส ตั้งแต่ปี 2008 อีกด้วย

เส้นทางในอาชีพการค้าแข้ง

แซงต์ เอเตียน (2004-2009)

          บาเฟติมบี้ หรือที่รู้จักกันในนาม "เบบี้ บู ดร็อกบา" ลงสนามให้กับ แซงต์ เอเตียน 13 เกมในฤดูแรกให้สโมสร และยิงไปได้ 2 ประตู ก่อนที่ซีซั่นต่อมาจะโชว์ผลงานดีจน ทรัวส์ ดึงตัวไปร่วมทีมในสัญญายืมตัว 6 เดือน และซัดไป 6 ประตูจาก 13 เกมที่ลงสนาม

          ในฤดู 2006-07 โกมิส ทำประตูได้ถึง 10 ลูกจากการลงเตะ 30 เกม เท่านั้นยังไม่พอ ในซีซั่น 2007-08 ยังยิงสะลุตไปมากกว่า 16 ประตูจาก 34 เกมอีกด้วย ซึ่งในซีซั่น 2008-09 เขาได้รับความสนใจจากสโมสร นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในยุคของ เควิน คีแกน แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะอยู่กับ แซงต์ เอเตียน ต่อไป

          อย่างไรก็ดี โกมิส ลงสนามรับใช้ แซงต์ เอเตียน ทั้งหมด 142 นัดและยิงไปถึง 40 ประตู ก่อนที่เขาจะย้ายไปซบ โอลิมปิค ลียง ในฤดู 2009-10

โอลิมปิค ลียง (2009-2014)

          ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2009 โอลิมปิค ลียง ประกาศคว้าตัวหัวหอกดีกรีทีมชาติรายนี้ ด้วยค่าตัว 13 ล้านยูโร (ประมาณ 530 ล้านบาท) กับสัญญาระยะยาว 5 ปี และนั่นทำให้เขาแปลงเป็นผู้เล่นคนที่ 6 ในประวัติศาสตร์ที่ย้ายจากสโมสร แซงต์ เอเตียน ไปยังทีมคู่ปรับอย่าง โอลิมปิค ลียง

          ในฤดู 2011-12 ในวันแรกของการเปิดซีซั่น โกมิส ยิงประตูให้ทีมเอาชนะ นีซ 3-1 เมื่อวันทีที่ 6 สิงหาคม 2011 และอีกทีในวันที่ 24 กันยายน เขามีส่วนร่วมในการทำประตูบุกเชือด บอร์กโดซ์ 3-1

          โกมิส ซัด 4 ตุงในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2011-12 ในรอบแบ่งกลุ่ม ช่วยให้ ลียง ถล่ม ดินาโม ซาเกร็บ 7-1 และทะลุไปสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยประตูได้-เสียที่ดียิ่งกว่า นอกจากนี้เขายังสร้างสถิติทำแฮตทริกเร็วที่สุดในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยใช้เวลาเพียงแค่ 7 นาที ทุบสถิติของ ไมค์ นีเวลล์ ที่ทำไว้ 10 นาที

สวอนซี ซิตี้ (2014-ปัจจุบัน)

          ในวันที่ 27 มิถุนายน 2014 โกมิส ตัดสินใจย้ายมาร่วมทัพ สวอนซี ซิตี้ ด้วยสัญญาระยะยาว 4 ปี แบบไร้ค่าตัว และเขาเปิดตัวเป็นเกมแรกในวันที่ 16 สิงหาคม โดยถูกส่งลงแทน วิลเฟร็ด โบนี่ ในช่วง 13 นาทีสุดท้ายของเกมที่บุกเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-1 ที่สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

          จนกระทั่งในวันที่ 26 สิงหาคม เขาสามารถเปิดซิงสกอร์แรกให้กับตัวเองได้แล้ว ในเกม ลีก คัพ รอบสอง ด้วยการเอาชนะ ร็อตคุณร์แฮม ยูไนเต็ด 1-0 ต่อจากนั้นฝันที่เป็นจริงของเขานั่นก็คือการที่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเวทีพรีเมียร์ลีกนัดแรก ต้องเผชิญหน้ากับ เชลซี ช่วงวันที่ 13 กันยายน และพ่ายไปในที่สุด 2-4 แม้ว่าเขาจะยิงประตูไม่ได้เลย แต่ก็มีส่วนช่วยทำให้ทีมส้รางโอกาสตีเสมอได้ และได้รับเสียงปรบมือกระหึ่มจากแฟนบอลทั้งสองทีมหลังถูกเปลี่ยนตัวออก

          โกมิส สามารถยิงประตูแรกให้กับ "หงส์ขาว" ได้สำเร็จในศึก พรีเมียร์ลีก ช่วงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2014 ช่วยให้ทีมแซงเอาชนะ อาร์เซน่อล 2-1 คว้าสามแต้มสำคัญได้สำเร็จ

ufa1688

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *