การเข้าสู่ระบบ VAR อย่างถูกต้องและเต็มรูปแบบของ “ฟุตบอลไทย”

นักฟุตบอล 0 Comments , , , ,

เทคโนโลยี VAR หรือ Video Assistant Referee ได้รับการยอมรับจากผู้ตัดสินบริหารของสหพันธ์บอลนานาชาติ (FIFA)  ufa1688    และได้รับการตอบรับทั่วโลกทันที หลังถูกนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบในการแข่งขันบอลโลก รอบสุดท้ายที่ประเทศรัสเซีย เมื่อปี 2018 เพราะได้สร้างความชอบธรรม ชัดเจน สามารถตอบข้อสงสัยในจังหวะต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างเกมการแข่งขันบอลในจังหวะสำคัญได้

เมืองไทย ถือเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียน ที่มีการนำเทคโนโลยี VAR เผ่านาลองใช้ในการแข่งขันบอลลีกอาชีพภายในประเทศอย่างเป็นทางการ หลังจากมีการนำร่องใช้ในฤดู 2018 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นSystemมอนิเตอร์จากห้องดำเนินการ VAR ที่ยกไปติดตั้งที่สนามแข่งขันในแต่ละครั้งที่จะทำการใช้ โดยเป็นหนึ่งในรูปแบบการทำงาน ส่วนอีกรูปแบบหนึ่งของการใช้ VAR คือ แบบที่ใช้ในการแข่งขันบอลโลก รอบสุดท้ายที่ประเทศรัสเซีย ทุกสนามจะมีศูนย์กลางมอนิเตอร์อยู่ที่กรุงมอสโก แห่งเดียว

ฤดู 2019 สมาคมกีฬาบอลแห่งเมืองไทย ในพระบรมรายกปถัมถ์ และ บริษัท ไทยลีก จำกัด เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนา และยกระดับเกมการแข่งขันบอลลีกอาชีพของเมืองไทยให้มีคุณภาพ มีความบริสุทธิ์ยุติธรรม และยังเป็นการป้องปรามขบวนการล็อคผลสกอร์ ที่หาผลประโยชน์กับแวดวงบอลไทยมาอย่างยาวนาน

การไปสู่System VAR อย่างถูกต้อง และเต็มรูปแบบของบอลไทยนั้น เดินหน้าตามขั้นตอนของหลักการสากลมาอย่างต่อเนื่องในฤดู 2018 ทั้ง การให้ความรู้ต่อบุคลากรผู้ตัดสิน ผู้ช่วยผู้ตัดสิน ที่ทำหน้าที่ ซึ่งจำเป็นต้องมีประสบการณ์จริงและผ่านการฝึกอบรมจนเกิดความชำนาญในการใช้เทคโนโลยี Video Assistant Referee หรือ VAR และการพิจารณาเหตุการณ์ต่างๆ ในสภาวะจริง ตามหลักเกณฑ์ 4 ข้อ ในการเรียกใช้ VAR ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ

บอลไทย กำลังจะก้าวไปสู่การใช้System VAR อย่างเต็มรูปแบบในฤดู 2019 ซึ่งต้องผ่านขั้นตอนตามเงื่อนไขการใช้ VAR หลัก 5 ข้อ ตามมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ที่เริ่มบังคับใช้กฎระเบียบใหม่หลังจบศึกบอลโลก รอบสุดท้าย ที่ประเทศรัสเซีย

เริ่มจากการหารือร่วมกัน 3 ข้าง และร่างสัญญา ระหว่าง สมาคมกีฬาบอลแห่งเมืองไทยฯ สหพันธ์บอลนานาชาติ (FIFA) และ คณะผู้ตัดสินสมาคมบอลนานาชาติ (IFAB องค์กรผู้ออกกติกาบอล Laws of the Game) เพื่อให้ทำวามรู้ความเข้าใจถึงสาระสำคัญของการใช้ VAR และเตรียมทำคำสัญญา ซึ่งดำเนินการเรียบร้อยแล้วช่วงวันที่ 25-28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

นาย พาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการข้างต่างประเทศ ได้เป็นตัวแทนร่วมประชุมกับตัวแทนจากสหพันธ์บอลนานาชาติ (FIFA) และคณะผู้ตัดสินสมาคมบอลนานาชาติ (IFAB) เพื่อให้นำเสนอความก้าวหน้าเกี่ยวกับการใช้Systemวีดิทัศน์ช่วยตัดสิน (VAR) ในบอลลีกอาชีพ ณ สำนักงานใหญ่ของ IFAB ในกรุงซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รวมทั้งเตรียมพร้อมในขั้นตอนต่อไป

ขั้นตอนที่ 2 คือ ประเทศสมาชิกที่ต้องการใช้ VAR จำเป็นที่จะต้องมีความพร้อมในการเตรียมหรือจัดหาผู้ให้บริการเทคโนโลยี Video Assistant Referee ทั้งSystemวิทยุ และ การส่งสัญญาณภาพ และSystemของผู้ให้บริการนั้นๆ ต้องได้รับการรับรองจากสหพันธ์บอลนานาชาติ (FIFA) ซึ่งเมืองไทยได้ใช้Systemวิทยุประเภท Trunked radio ของเวคโคโร และสัญญาณภาพการตัดต่อของ EVS ซึ่งทั้งSystemได้รับการรับรองจากองค์กรบอลอย่าง FIFA และ IFAB แล้ว

ขั้นตอนที่ 3 คือ การเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร จึงควรมีการอบรมผู้ตัดสิน ผู้ช่วยผู้ตัดสินอย่างต่อเนื่อง ให้กับSystemที่เลือกใช้งาน และต้องมีการคัดกรองผู้ตัดสิน ผู้ช่วยผู้ตัดสิน ที่พร้อมจะทำหน้าที่ในห้อง VAR ซึ่งข้างพัฒนาผู้ตัดสินได้ดำเนินการทดสอบ และคัดสรรมาตลอดในปี 2018 จนถึงปัจจุบัน โดยผู้ตัดสินทั้งหมดต้องได้ร่วมกันทำการทดสอบSystemให้ได้จำนวนชั่วโมงการฝึกที่เพียงพอ เพื่อให้ให้คุ้นเคยกับสภาพการณ์ต่างๆ ที่สามารถขอเรียกใช้ VAR อย่างมีความมั่นใจ

เช่นเดียวกับการทดสอบSystem Video Assistant Referee ที่เมืองไทยกำลังลองใช้ คือ Systemเดียวกับการแข่งขันบอลโลกที่ประเทศรัสเซีย โดยที่มีศูนย์ดำเนินงานรับสัญญาณภาพจากทุกสนามส่งเผ่านายังส่วนกลางที่กรุงเทพฯ ซึ่งการทดสอบที่ผ่านมาพบว่า บางสนามยังขาดความเสถียรของสัญญาณภาพเล็กๆ น้อยๆ และมุมกล้องที่จะใช้ในการตัดสิน รวมทั้งความชัดเจนของเส้นสนามของสโมสรที่ยังต้องมีการปรับปรุง จึงจำเป็นต้องทยอยลองอย่างเต็มรูปแบบ ให้ครบทุกสนามเพื่อให้หาข้อบกพร่อง เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขให้มีความพร้อมในทุกๆ ด้าน

ขั้นตอนที่ 4 คือ การทดสอบSystem Video Assistant Referee ซึ่งจะเป็นการทดสอบร่วมกันทั้ง สมาคมกีฬาบอลฯ FIFA และ IFAB ในช่วงกลางเดือนมีนาคมนี้

ขั้นตอนสุดท้าย เมื่อทุกอย่างเกิดความเสถียรและมีการลองร่วมกันระหว่าง สมาคมกีฬาบอลฯ FIFA และ IFAB ซึ่งหาก FIFA และ IFAB มองว่าเมืองไทยมีความพร้อม ก็จะได้รับการอนุมัติให้ใช้ และมีการลงนามสัญญาการทำงานร่วมกันต่อไป

สำหรับ เทคโนโลยี VAR จะใช้ตัดสินสภาวะ 4 รูปแบบ อันประกอบไปด้วย

1. เป็นประตู/ไม่เป็นประตู (ลูกผ่านเส้นไหมผ่านเส้น, มีการฟาวล์ก่อน, ล้ำหน้า, ลูกบอลออกจากสนามก่อนเข้าประตู)

2. จุดโทษ/ไม่จุดโทษ (ตำแหน่งของการฟาวล์, ข้างรุกทำฟาวล์ก่อน, ลูกบอลออกนอกสนามก่อนการฟาวล์, การที่ผู้รักษาประตูหรือผู้ยิงประตู ทำผิดกติกาขณะเตะจุดโทษ)

3. ใบแดงโดยตรง (เจตนาป้องกันประตูผิดกติกาอย่างตั้งมั่น, การทำผิดกติกาอย่างร้ายแรง)

4. ระบุตัวผู้เล่นผิดพลาด (เมื่อผู้ตัดสินคาดโทษหรือไล่ออกผู้เล่นผิดคน)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *